เกี่ยวกับผู้จัดทำเวบไซท์ " ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด "
 
 

เกี่ยวกับคนโบราณ
คนเฝ้า
ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด

(หมายเหตุของคนโบราณ ปี 2552)
 

ผู้รวบรวมข้อมูลและจัดทำเวบไซท์ขนำริมทุ่งปลักเหม็ดแห่งนี้ เป็น "คนโบราณ"
ที่ได้พลัดหลงเข้าไปทำงานเรือนจำเป็นผู้คุมใช้ชีวิตอยู่กับผู้ต้องขัง
ตั้งแต่ปี 2524

ในเรื่องความชอบส่วนตัว "คนโบราณ" รักในเรื่องโบราณ ชอบค้นคว้าศึกษาหนัง
สือเก่าๆ ตำรา
เก่าๆ ประเภทหนังสือบุด หนังสือใบลาน ที่ผู้คนรุ่นปัจจุบันไม่สนใจ
ชอบศึกษาต้นไม้ใบหญ้า ที่คนรุ่นก่อนใช้เป็นผักเป็นยา ทั้งหมดนี้ จะเป็นกิจกรรม
เวลาว่างสุด
สัปดาห์ ที่"คนโบราณ" ถือปฏิบัติมาตลอด......

ในเรื่องการงาน  "คนโบราณ" เป็นผู้คุมแก่ที่ผ่านคุก ผ่านตะรางแล้วหลายเรือนจำ
ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค
 จากคุกที่เคยมีฉายาเรียกขานกันว่าแดนสนธยา จนถึง
ปัจจุบันที่แปรเปลี่ยนเป็น คุกไฮเทค   จากเดิมที่เคยเป็นคุกใช้ลงโทษ  และกันผู้
กระทำความผิดออกจากสังคม จนถึงปัจจุบันที่คุกได้เปลี่ยนเป็นสถานแก้ไขผู้กระ
ทำผิดให้กลับตนเป็นคนดี  ในที่สุดกำแพงคุกสี่เหลี่ยมที่ใช้คุมขังผู้กระทำผิดจึงได้
เปลี่ยนแปลงไป
 ในสายตาของสังคมข้างนอก  โดยเฉพาะในสายตาของนักสิทธิ
มนุษยชน ผู้คุมได้กลายเป็น "ตัวโกง"ส่วนผู้ต้องขังที่กระทำความผิดกฎหมาย คน
ขายยาบ้าคนฆ่าผู้อื่น
หรือแม้กระทั่ง คนที่เผาวัด คนที่ไล่ฟันพระขณะบิณฑ
บาตร
กลับดูเหมือนจะเป็น"พระเอก"ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาวนเวียนกันมาเยี่ยม
มาเอาใจ เพื่อการสมานฉันท์และการปรองดอง

ณ พ
.. นี้ แม้คนโกงบ้านโกงเมืองที่หนีคุกไปอยู่เมืองนอก ยังไม่ยอมรับว่าตนเอง
ผิดกลับพยายามทูลเกล้าขอพระราชทานอภัยโทษขณะที่คนจน
"คนลักขี้ยางพรก"
กลับยอมรับความผิด ที่ตนเองกระทำ และยอมรับสภาพเป็นผู้ต้องขัง โดยดุษณี 
ณ วันนี้  ดูเหมือนว่าในคุกจะมีแต่คนโง่และคนจน  และคนกลุ่มนี้เท่านั้น ที่ปฏิบัติ
ตามกฎกติกา....

"คนโบราณ"ยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้คุมแก่ มีมุมมองที่ล้าหลังและไม่ค่อยสอดคล้อง
กับยุคสมัย   ดังนั้น
  แม้ว่าจะยังคงมีสิทธิ์ ที่จะเข้าออกคุกได้อีก 5 ปี  "คนโบราณ"
จึงตัดสินใจอำลากำแพงสี่เหลี่ยมในปี
2552  เพื่อทำในสิ่งที่ตนเองรัก นั้นคือ ดูแล
เวบไซท์ "ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด"
ที่แสนจะโบราณนี้....อย่างจริงจังเสียที...

คนโบราณ 



 

ภูมิหลังและข้อมูลส่วนตัว

"คนโบราณ" ผู้จัดทำเวบไซท์นี้เป็นคนไทยถิ่นใต้ 100% เมื่อ 30 กว่าปีก่อน สมัยที่
ยังเป็นนักศึกษา
เคยเป็นหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาที่ถูกปิดล้อมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรม
ศาสตร์ในเหตุการณ์
6 ตุลา19 แต่รอดออกมาได้ จึงต้องหลบหนีจากเมือง ตั้งแต่
ปี
2519-2522


แต่นื่องจาก  คนกลุ่มหลักในพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) เชื่อและ
พยายามจะให้คนอื่เชื่อว่า "แม้กระทั่งผายลมของประธานเหมาก็ยังหอม "ทำ
ให้
"คนโบราณ"ต้องกลับเข้าเมืองอีกในปี 2522ในช่วงที่คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี
ที่
66/2523 ยังไม่ได้ประกาศใช้ จึงตกอยู่ระหว่าง 2 อำนาจรัฐ ที่จ้องจะเข่นฆ่าอยู่
พักหนึ่ง ด้วยความที่
หัวโค่ตายาย ไม่รวยไม่มีโอกาสไปชุบตัวที่เมืองนอกเหมือน
ด๊อกเตอร์นักวิชาการหรือ "คนเดือนตุลา" อื่นๆ จึงจำเป็นต้องเข้าไปพักพิงในร่มกา
สาวพัตร์อยู่ประมาณ
1 ปี  ออกจากวัดก็กลับเข้าเรียนต่อ และสุดท้ายก็ต้องหนี
เข้า
มา
หยบ
อยู่ในคุกตั้งแต่ปี 2524

หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้ต้องขังทั้งหมด
4 คุกรวมเวลา 28 ปี 8 เดือน ( ปฏิบัติ
หน้าที่ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บริหารงานราชทัณฑ์ระดับ
ร่วม 10 ปี)
 มีหน้าที่การ
งานในปีสุดท้ายในตำแหน่ง  นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ "คนโบราณ" ก็ตัดสิน
ใจอำลาชีวิตราชการ ออกจากคุกกลับมาอยู่
ทุ่งปลักเหม็ด..........

ทุกวันนี้"คนโบราณ" ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่กับหนังสือโบราณๆและต้นไม้ใบหญ้า
ข้างขนำมีเวลาว่างก็เข้าไปใน
ป่ากัน เพื่อเก็บสะสมพันธุ์ไม้พื้นๆโดยมีภารกิจสำคัญ
คือ  จะขอจดบันทึกเรื่องเก่าๆ ของคนปักษ์ใต้รุ่นทวดรุ่นพ่อเฒ่า ให้มากที่สุด.. ท่า
นั้นเอง
 

หัวข้อ ที่ขอแนะนำให้อ่านก่อน เพื่อความเข้าใจร่วมกัน
  ความเป็นมาของเวบไซท์ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด
  หมายเหตุของคนเฝ้าขนำริมทุ่งปลักเหม็ด



  หน้าแรก                                                             

 

นำเสนอข้อมูลเมื่อ 16/11/2552
ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 16/10/2556
Copyright © 2001-2012 : The hut of Plugmet,  All rights Reserved.  
Developed by คนโบราณ ,   e-mail plugmet54@gmail.com

   

มุมมอง ของคนโบราณ




เพราะค่านิยมผิดๆของคนไทยถิ่นใต้  ที่นิยมชมชอบการกัก
ขังนกสวยงาม นกกรงหัวจุก นกที่มีรูปสวยและเสียงไพเราะ
จึงถูกขัง   และกำลังจะหมดไปจากป่าเมืองไทย
ในไม่ช้า...




และนี่ก็ อีกค่านิยมที่เรา คนไทยถิ่นใต้รุ่นใหม่จะต้อง
 หยุดคิด และทบทวน
....

คำถามสำหรับ คนใต้
  การชนวัว  คือ การทรมานสัตว์ที่หวังผลเรื่องการพนัน
 แต่จะอ้างว่าเป็นกีฬาชนวัว โดยทั่วไปจะติดป้ายหน้าบ่อนว่า
สนามกีฬาชนวัว
  ท่านว่า ถูกต้องหรือไม่ ? ระหว่างการที่ลูก
หลานของเรา ออกวิ่งวัวนำวัวออกกำลังกายตอนเช้ามืด กับ
การที่ลูกหลานของเรา ออกไปกรีดยางตั้งแต่หัวรุ่ง เราควร
จะภูมิใจในเรื่องไหนมากกว่ากัน
อะไรคือทิศทางที่ถูกต้อง
สำหรับคนไทยถิ่นใต้รุ่นใหม่ ที่ควรจะสนับสนุน
?  อะไรคือ
สิ่งที่ควรจะลดเลิก ให้เหลือน้อย หรือหมดไป
?


( นี่คือมุมมองของคนโบราณ
คนเฝ้าขนำริมทุ่งปลักเหม็ด )