บันทึก
ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด
The Hut of Plugmet

A little bit of flora & language.

 


 ภาษาไทยถิ่นใต้  :   กรณีศึกษาภาษาสงขลา  ( หมวด  -     ห  )
 
 

สอบค้นคำและความหมายใน ภาษาสงขลา
เรียงตามเสียงอักษร
                     -                             
  
                                                       ป            พ      
                                            
                                  


หมายเหตุ 
ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะไม่มีเสียง ง  แต่จะใช้เสียง ฮ แทน


ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
กรณีศึกษา
ภาษาสงขลา ( หมวด -    ห   )


หม    (ก.) 1. ห่ม ห่มผ้า (ความหมายตรงกันกับความหมายในภาษาไทยภาคกลาง)
               2.  ขย่ม , เขย่า,  ทำให้สั่นไหว
       
" โหลกม่วง อยู่ปลายกิ่งเกี่ยวไม่ถึง หม เอาเลย ไอ้บาว "
        - ลูกมะม่วง อยู่ปลายกิ่ง เกี่ยวไม่ถึง เขย่ากิ่งเอาเลย ไอ้หนู
          

หวน  1.  (ก.)  ย้อนมาที่เดิม,  ย้อนกลับ  (ความหมายเหมือนกันกับภาษาไทย
               มาตรฐาน)
        2.  (ก.) กริยาที่อมน้ำกลั้วคอแล้วดื่มเพื่อลดอาการฝืดคอ ในภาษาไยถิ่นใต้
             เรียกว่า
"หวนน้ำ"  เช่น "เคี้ยวท่อม แล้วหวนน้ำตาม" ความหมายคือ
           
 เคี้ยวใบกระ
ท่อมแล้ว ดื่มน้ำตาม

หวยๆ   (ก.) สั่นไหว  (สิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ )
          
" ใบไม้หวยๆ "  
ใบไม้สั่นไหว
          
" เริ่นหวยๆ "     บ้านสั่นไหว   ( เริ่น = เรือน,  บ้าน )

หอน    1.  (ก.) หอน ( หมาหอน )   
           2.  
(ว.) หอน  (มาจาก ห่อน ในภาษาเก่า) คำนี้ในภาษาสงขลามีความหมาย
                เช่นเดียวกับ
คำว่า  เคย  มักใช้ในประโยคปฏิเสธ โดยจะมีคำว่า ไม่  นำ
                หน้าเสมอ  ตัวอย่างเช่น
       
          
 " ไม่หอนไป "   -    ไม่เคยไป
       
          
 " ไม่หอนรู้ "     -     ไม่เคยรู้
      
            
" ไม่หอนเห็น "  -    ไม่เคยเห็น
          คำว่า หอน ในความหมายที่
2  นี้  เป็นคำที่บ่งบอกว่าผู้พูด คือ  คนสงขลา 
          หรือคนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสงขลา 

หันเดี้ยน    (ก.)  หมุนติ้ว 

หัวเขากร็อกแกร็ก  (ว.)   เข่าไม่ค่อยแข็งแรง  ลุกเดินไม่ไหว หมดเรี่ยวหมดแรง
      (ที่บ้านวังพา ต
.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ มี นินเขาลูกหนึ่งชื่อว่า
โคกกร็อกแกร็ก)

หัวครก (ออกเสียงเป็น  หัวคล็อก)  ยาร่วง   (น.)  มะม่วงหิมพานต์ 
          คนภูเก็ต พังงา จะเรียกมะ
ม่วงหิมพานต์ ว่า  
กาหยู ,  กาหยี
          คนนราธิวาส จะเรียกมะ
ม่วงหิมพานต์ ว่า     ม่วงแตแหร

หัวโค่ (.) คตร, เหง้า, โคนของต้นไม้ที่อยู่ใต้ดิน, ต้นเดิมที่แตกกิ่งแขนง ออก
           เป็นหลายต้น
           
" ัวโค่ไม้ไผ่ "   - ุ้มของกอไผ่ ที่แตกหน่อออกมารอบทิศจนเป็นกอไผ่
           
" หัวโค่ตายาย"   (น.) โคตรเหง้าบรรพบุรุษ ที่สืบเชื้อสายลงมาวงศ์
           ตระกูล,เผ่าพันธุ์

หัวจุก    1. (น.)  " นกกรงหัวจุก "   -  นกปรอดหัวโขน
            2.
(น.)  " หัวจุกหยานัด "   -  จุก , ส่วนยอด ของผลสับปะรส
           
3.
(น.)  "ส้มหัวจุก "         -   ส้มพันธุ์หนึ่ง ของอำเภอจะนะ สงขลา  
            4.
(น.)  " หัวจุกโนรา " - หนุ่มๆ นักแสดงมโนราห์ในสมัยก่อนที่ สาวแก่
            แม่หม้าย(แม่ยก)หลงไหล
 คำนี้ ปัจจุบันมักจะใช้เป็น
"บ้าหัวจุก"หมายถึง
            การที่คนแก่(ทั้งหญิง
และชาย)ที่ชอบเด็กหนุ่มเด็กสาวทุ่มเงินปรนเปรอ โดย
            ที่ไม่ได้ผลอะไรตอบแทนเลย

หัวฉอก   (ว.)  ศีรษะเถิก

หัวชัว     (น.)  ไมโครโฟน

หัวเช้า    (ว.) เวลาเช้า - เวลาที่ตะวันเพิ่งขึ้นพ้นขอบฟ้า ( คำนี้มักใช้คู่กับคำว่า  หวัน
             เย็น
ตะวันใกล้จะตกดิน )

หัวนอ   (น)   ปลายของตง(ไม้เครื่องเรือนที่วางทับบนรอดสำหรับวางพื้น หรือฟาก)

หัวนอน  (ว.) ใต้  
            
" ข้างหัวนอน,  ประหัวนอน"  
-  ด้านทิศใต้, ทิศใต้
             คำว่า หัวนอน ในภาษาไทยถิ่นใต้ ที่ใช้ในความหมาย ทิศใต้ นี้ มีปรากฎ
            ในหลักศิลา
จารึกที่  1  สมัยสุโขทัย ความว่า  
             
“เบื้องหัวนอน  รอดคนธี  พระบาง  แพรก  สุพรรณภูมิ  ราชบุรี  เพชรบุรี
         
  ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว” 
ความหมายคือ ทิศใต้(ของสุโขทัย)
          
รอดคนธี  พระบาง  แพรก สุพรรณภูมิ ราชบุรี    เพชรบุรี  ศรีธรรมราช ฝั่ง
           ทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว

             (เปรียบเทียบความหมาย ของ " ตีน, ข้างตีน " ประกอบด้วย)

หัวนา   (น.)  คันนา

หัวรุ่ง   (ว. เวลาใกล้สวาง (ดวงอาทิตยยังไม่ขึ้น)

หัวหมู , หัวไถ  (น.) ส่วนของอุปกรณ์ ที่ใช้ในการพลิกหน้าดินของชาวนา  ซึ่งะติด
         
ใบมีด (ผาน)ไว้ตรงหน้าสุด   เมื่อถูกวัวหรือควายลาก หัวหมู ก็จะแทรกลงไป
          ในหน้าดิน( กินดิน)
และพลิกหน้าดินกลบกอหญ้าไว้ใต้     ( กระบวนการนี้
          เรียกว่า การไถนา )

หาจก ,  หยาจก (ว.) เหมือนกับเป็นยาจก, ลักษณะการรับประทานอาหารที่มูมมาม
         
ไม่ส
ุภาพ

หาญ   (ว.) กล้า, ไม่กลัว    
        
" เบอะเปรวอยู่ข้างทาง น้องไม่หาญไป " ก็ป่าช้าอยู่ข้างทาง น้องไม่กล้าไป
        
“ ใจไม่หาญ ” - ใจไม่กล้า

หายหูด ตูดบ็อง (ว.) หายไปแล้ว , ไปไกลแล้วจนมองไม่เห็น    คำนี้ มักใช้เป็นคำ
           ขยายความ เช่น
            
" ลุงเท่ง แล่น หายหูดตูดบ็อง ไปนานแล้ว ตามกะไม่ทันหรอก " 
           ความหมายคือ  ลุงเท่ง วิ่งหนีหาย ไปตั้งนานแล้ว ตามก็ไม่ทันหรอก

หีด , แยด , แต็ด , เท่าตุ้งหีด , เท่าตุ้งแยด (ว.)  นิด , นิดเดียว, มีปริมาณหรือ
           ขนาดที่น้อยมาก

หีบ    1. (น.) หีบ  (หีบใส่ผ้า )   
        
2.
(ก.) หนีบ,  บีบ, ถูกขนาบสองข้างจนกระดิกตัวไม่ได้   เช่น
       
   
 " ตลาดผีหีบ "   คำนี้เป็นชื่อของตลาดที่มีป่าช้าขนาบอยู่ 2 ข้าง ที่นครศรี
         ธรรมราช
      
     
" ควนหีบ " คำนี้เป็นชื่อช่องเขาที่มีควนขนาบอยู่ 2 ข้าง อยู่ระหว่างอำเภอ
         คลองหอยโข่ง กับบ้านบาโรย อำเภอสะเดา  จังหวัดสงขลา

หึงสา  (ก.)  อิจฉา, ไม่อยากให้คนอื่นดีกว่าตัวเอง
          คำนี้ ความหมายตามตัวหนังสือ คือ  เบียดเบียน, คิดทำให้ผู้อื่นเกิดทุกข์ แต่
          ในภาษาถิ่นใต้มักใช้ในความหมาย อิจฉา  ริษยา   (
ไม่อยากให้คนอื่นดีกว่า
          ตัวเอง)

เห็ง     (ก.)   ทับ, กดอยู่ข้างบน
       
         
 " ตาล่อเหมือนหมาครก เห็ง - ตาถลนเหมือนหมาที่โดนครกทับ 
          กรุณาเปรียบเทียบกับคำว่า กดขี่ข่มเหง หรือ ข่มเหงรังแกในภาษากรุงเทพฯ

เห็นดู   (ก.)   เอ็นดู สงสาร

เหอ  (ว.)  ใช้ต่อท้ายคำอื่นให้สละสลวย เปรียบได้กับคำ  " จ๋า, เอย " 
           
" พี่หลวงเหอ "  -  พี่หลวงจ๋า
           
" ฝนตกเหอ "    - ฝนตกเอย  (ใช้ในเพลงร้องเรือ หรือในบทกลอนโนรา-
            หนังตลุง
)  

เหิด       (ก.)  แหงน    ( มองไป ในที่สูง)  
             
" เหิด แล ยอดพระธาตุ "  -  แหงน มองยอดพระบรมธาตุ
             
"  หมาเหิดแลเครื่องบิน "  -  หมาแหงน มองเครื่องบิน

แห    1.  (น.)อุปกรณ์ประมง ใช้จับปลา
        2.  (ก.) กลัว,  ไม่เชื่อง,  ไม่คุ้นคน  (คำนี้จะใช้กับสัตว์เลี้ยงเช่น  วัว  ควาย 
       
สุนัข..  เช่น
            
"ลูกฮัวตัวนี้แหจัง
  ใครเข้าแค่ไม่ได้"  ความหมายคือ  ลูกวัวตัวนี้ไม่เชื่อง
        (ไม่คุ้นคน
) ใครเข้าใกล้ไม่ได้เลย
       
3.  
(น.) แมลงมีพิษชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้าย"ตัวต่อขนาดเล็ก" สีน้ำตาล-แดง
       
มีพิษน้อยกว่า
ตัวต่อ รังของ"แห"คล้ายรังของตัวต่อ แต่มีขนาดเล็ก "แห"จะ
        ออกหากินเวลากลางคืน
แต่ตัวต่อ จะออกหากินเวลากลางวัน

โหนอน,  เหานอน  (ก. ง่วงนอน

โหะ       (ว.)  ผุพัง  ชำรุดทรุดโทรม
          
" หนำในสวนยาง โหะ หมดแล้ว หลังคา กะรั่ว อิ นอนผรื่อเล่า "
             
ขนำในสวนยาง พังหมดแล้ว หลังคาก็รั่ว แล้วจะนอนได้อย่างไร


หมายเหตุ
 

   ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน

-    เวบขนำริมทุ่งปลักเหม็ด ขออนุญาตยึดภาษาสงขลาสำเนียงคลองหอยโข่ง
เป็นต้นแบบ โดยจะใช้สำเนียงสงขลาในถิ่นอื่น รวม
ทั้งสำเนียงภาษาไทยถิ่นใต้ใน
จังหวัดอื่นๆมาเปรียบเทียบ เพิ่มเติมเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  เพื่อโปรดทราบ
 


     กลับไปหน้าแรก                                            หน้าถัดไป    
 


 

เอกสาร/แหล่งข้อมูล อ้างอิง

     1.  หนังสือ " พระราชรัตน์มงคลโกศลอนุสรณ์ "
เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชรัตน์มงคลโกศล (ขาว อุทยเถระ) เมื่อวันที่
29
มีนาคม 2546 ณ เมรุชั่วคราว วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
      -  กลอนศัพท์ภาษาถิ่นภาคใต้ (สงขลา)   โดย  น.อุไรกุล (พระครูนิเทศธรรมาภรณ์)

     2.  ข้อมูลปฐมภูมิ :  ข้อมูลเรื่องคำและสำเนียงภาษาสงขลา สอบถามจากผู้สูงอายุ
ในชุมชนรอบๆสนามบินหาดใหญ่

(รายละเอียดเพิ่มเติม)
 

  

  ข้อมูลเมื่อ 23/11/2552

 
Developed by คนโบราณ ,  e-mail :   plugmet54@hotmail.com