บันทึก
ขนำริมทุ่งปลักเหม็ด
The Hut of Plugmet

A little bit of flora & language.

 


 ภาษาไทยถิ่นใต้  :   กรณีศึกษาภาษาสงขลา  ( หมวด    ก )
 
 

สอบค้นคำและความหมายใน ภาษาสงขลา
เรียงตามเสียงอักษร
                     -                             
  
                                                       ป            พ      
                                            
                                  


หมายเหตุ 
:  -
ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะไม่มีเสียง ง  แต่จะใช้เสียง ฮ แทน
                   - ในกลุ่มพยัญชนะอักษรกลาง ถ้าภาษาไทยกรุงเทพเป็นเสียงสามัญ
                      ในภาษาไทยถิ่นใต้จะออกเสียง จัตวา


ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
กรณีศึกษา
ภาษาสงขลา ( หมวด -    )


กง (น.) คางคกพันธุ์ใหญ่ มักอยู่ตามริมป่าริมเขา (ตุ่มที่หนังของกงมีพิษ  คนปักษ์ใต้
         สมัยก่อน จะใช้หนัง กง ตากแห้ง เป็นส่วนผสมในยาสั่ง)

กรวม   (ว.)  คร่อม     เช่น  นั่งกรวม  (นั่งคร่อม)
       
 
" สาวๆ นุ่งกระโปรง เวลาซ้อนท้ายรถเครื่องอย่านั่งกรวม มันน่าเกลียด แต่ถ้า
         ให้ดีนุ่งกาง
เกง  แล้วนั่งกรวมไปเลย ปลอดภัยดี "

กร็อกแกร็ก  (น.) ไฮโล, การพนันชนิดหนึ่ง

กราด   (ว.)  ล็ก แคระแกร็น (มักใช้กับต้นไม้)

กริบตา (ก.) กระพริบตา 
          ( เปรียบเทียบกับภาษามลายูจะใช้คำว่า
kalip ในความหมายเดียวกัน )

กรี     (น.)  อุปกรณ์ที่ใช้ในการดายหญ้า เป็นมีดงอ ด้ามสั้น สันและคมมีดหักมุมได้
          ฉากกับด้าม เวลาดายหญ้า  จะต้องนั่งย่องๆ แล้วใช้ 
กรี  ดึงต้นหญ้า กอหญ้า
          เข้าหาตัว

กล้า   (น.) พันธุ์ไม้ที่เพาะไว้เพื่อนำไปปลูกที่อื่น 
        
(ก.) ไม่กล้ว   ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้คำนี้ใน ความหมาย   สู้งาน, ขยัน
     
" ลูกสาวบ้านนี้ กล้าจัง ทำงานทั้งวัน ไม่หยุดเลย" = ลูกสาวบ้านนี้เป็นคนขยัน

กวายหลาย (ว.)ลักษณะอาการของคนที่พยายามไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วย
         เหลือตัวเองให้พ้นภัย
         
" แรกวา เห็นเณรไข เมาเหล้าเดินพลัดลงในคู   นอนกวายหลาย หย๋ใน
        
ป่าบอน ไม่มีใครช่วยเณรไข เลย " 

ก็องสี้  (น.) (มาจากภาษาจีน ) ที่พักของคนงานในสวนยาง เป็นอาคารชั้นเดียว
          ติดดิน และมีคนงานพักรวมกันหลายคน หรืออาจจะหลายครอบครัวก็ได้

กองลุย,  กองเอ  (ว.มากมายก่ายกอง, มีมากเหลือเกิน
         (ในภาษาสงขลามักจะใช้
คำว่า กองลุย  มากกว่าแต่ถ้าใชัคำว่า กองเอ ก็เป็น
         ที่เข้าใจ)

กะเบอะ,  (เบอะ)  (ส.)  อันที่จริง, ในความจริง,  ก็เพราะว่า
          ตัวอย่างเช่น
 
" กะเบอะ มึงเสือกเอง "    " เสือกเอง เบอะ "
        
 ความหมายคือ   ก็มึงเสือกหาเรื่องเอง ,  ก็เพราะมึงเสือกเอง
          (คำว่า
"เบอะ" "กะเบอะ" จะวางไว้หน้าหรือหลังคำ ที่ต้องการเน้น ก็ได้ )

กัน1. (ว.) ด้วย      " ไปกัน "  จะหมายถึง ไปด้วย
         2. 
(ก.)  กัน  กีดกัน  กันผม (ความหมายเดียวกันกับภาษากรุงเทพ)
         3. 
(น.)  กัน  ลักษณะของป่าไม้ เรียกว่า ป่ากัน เป็นป่าละเมาะเกิดจากการทำ
        ไร่แบบเลื่อนลอย แล้วปล่อยทิ้งไว้ จนมีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ

ก้าไหว  (น.) ชื่อการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งของเด็กๆในชนบทเขตคลองหอยโข่ง-สงขลา
         ที่ใช้ลูกบอลยาง( ขนาดลูกเทนนิส) ทำด้วยลูกโป่ง พันด้วยยางพารา  วิธีเล่น
         จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายใช้ลูกบอลขว้างไปมา การขว้างจะมีท่าทาง และ
         วีธีขว้างแบบต่างๆ ลูกบอลที่ใช้ขว้าง เรียกว่า ลูกกาไหว  (กีฬาของเด็กชนิดนี้
         ชาวสวนยางจะไม่ค่อยชอบ เนื่องจากเด็กๆมักจะเข้าไปขโมยลอกหน้ายางใน
         สวนยางพารา มาพันลูกบอล )

กางหลาง   (ว.) เกเร  ทำอะไรที่ค่อนข้างขวางหูขวางตา
            ( ความหมายใกล้เคียงกับคำว่า กวนตีน )

กาศครู  (ก.)  อัญเชิญวิญญาณ องครูหมอตายาย  (ครูบาอาจารย์และบรรพบุรุษ)
          
มาประจำ ณ โรงพิธี เช่น โรงหนังตลุง โนรา ฯลฯ เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนจะทำ
           การเล่น (กร่อนมาจากคำว่า  ประกาศครู )

กาหลอ  (น.)ชื่อของการแสดงดนตรีที่ใช้ประโคมในงานศพตามประเพณีปักษ์ใต้ 
        
เชื่อกัน
ว่าคำว่า กาหลอ มาจากพระกาฬ หมายถึง พระอิศวรเทพแห่งความตาย
         ซึ่งชาวไทยปักษ์ใต้เรียกว่า พระกาหลา คู่กับ พระกาหลี(เจ้าแม่กาลี พระชายา
         ของพระอิศวร) และคำว่า กาหลา ตามสำเนียงมลายูท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น
          กาหลอ ครื่องดนตรีที่เล่น ก็เป็นเครื่องดนตรีตามแบบมลายูโบราณ จึงเชื่อกัน
         ว่า ไทยปักษ์ใต้  น่าจะรับการแสดงกาหลอมาจากชวา/มลายู ในสมัยศรีวิชัย
          (ก่อนยุคศาสนาอิสลาม)
            ข้อมูลเพิ่มเติม

กาหลา (น.) ชื่อของพันธุ์ไม้ตระกูลข่า พืชท้องถิ่นชนิดหนึ่งของปักษ์ใต้ ชื่อของพืช
        พันธุ์นี้ พ้องเสียงกับคำ พระกาหลา - พระกาฬ ( พระอิศวรเทพแห่งความตา
      
 ในอดีตจึงไม่นิยมนำมาปลูกในบ้าน  และไม่นิยมนำดอกกาหลาไปบูชาพระ

          ( ปัจจุบันคนปักษ์ใต้น้อยคนที่จะรู้ความหมายของคำ กาหลาในอดีต ประกอบ
        กับ
กาหลา ได้ชื่อใหม่เป็น ดาหลาจึงนิยมนำมาปลูกกันทั่วไป  โดยเริ่มจากปลูก
        เป็น
 ผักเหนาะ ช้ทานคู่กับขนมจีนหรือข้าวยำ     ต่อมา ก็ปลูกเป็นไม้ตัดดอก
        ขาย
ถือเป็นไม้ตัดดอกที่ทนทาน อยู่ได้หลายวัน  มีราคาดี )

กุนหยี,   กุดหยี  (น.)  บานไม่รู้โรย(ดอกไม้)

กุบ  (น.) กล่องหรือภาชนะเล็ก ๆ ที่มีฝาปิด ใช้ใส่ของ  เช่น   "กุบใส่ใบจากยาเส้น"

กุบกับ (ว.)   รีบด่วน    " ทำอะไรกุบกับ " -  ทำอะไรที่รีบด่วน

กุหลิบ  กุหลิบ (ว.) ลักษณะการกระพริบตา มองผู้อื่นโดยสายตาที่ใสซื่อ
          ( มักเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกตำหนิ )

เก้ง    (ว.)   ทำอะไรไม่เสร็จ 
      
" ชามเก้ง " 
- ชามที่ทิ้งไว้ไม่ล้าง    
      
" เด็กขี้เก้ง " -  เด็กที่ถ่ายอุจาระแล้วไม่ล้างก้น
       คำว่า "เก้ง" ในภาษาไทยถิ่นใต้ คำนี้ ใกล้เคียงกับคำว่า  "ไม้แก้ง" (ไม้ที่ใช้เช็ด
       ก้น แล้วทิ้ง )ในภาษาของชาวเพชรบุรี เขตภาคกลางตอนล่าง

เกลือน-อก  (ก.)  คลื่นใส้สะอิดสะเอียนรู้สึกรับไม่ได้ ต่อคำพูดหรือการกระทำ
         (ในบางท้องถิ่น คำนี้จะออกเสียงเป็น กวนอก )

เกียงฉอด  (น.) ตะเกียงอะเซติลีน อุปกรณ์ให้แสงสว่างของชาวสวนยาง ซึ่งจะผูก
         ตะเกียงให้ติดกับหมวก หรือ กาบหมากทำเป็นหมวก สวมไว้ที่ศีรษะขณะกรีด
         ยาง(โล๊ะยาง) แสงไฟของ
" เกียงฉอด" จะส่องให้เห็น "หน้ายาง" ได้ชัดเจน
         กรีดยางได้สะดวก

เกียน   (น.เกวียน

เกี๊ยะ  (น. ปลวก โดยเฉพาะปลวกทหารที่มีหัวโตทำหน้าที่ป้องกันศัตรู 
         (
ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง )
        
 " ถ้าจะขุด เหมา ทำเหยื่อตกปลา กะอย่ากลัวเกี๊ยะขบ "  =  ถ้าจะขุดแมงเม่า
         ทำเหยื่อตกปลา  ก็อย่ากลัวปลวกกัด
       
 ( เปรียบเทียบกับภาษามลายู จะใช้คำว่า kiak-kiak  ในความหมายเดียวกัน )

แกร็ด ,  แก็ด (ก.) กัดแทะ, กิริยาที่ใช้ฟันกัดแทะให้กร่อนทีละน้อย  เช่น แมลงสาบ
         กัดผ้าจะใช้ว่า 
แมงสาบแก็ดผ้า ( แกร็ดผ้า )

แกล็ดฟ้า 1.(น.กล็ดฟ้า,ก้อนเมฆระดับสูงมีลักษณะเป็นเกล็ดบางๆหรือเป็นละออง
        คลื่นเล็กๆอยู่ติดกัน เรียงรายกันอย่างมีระเบียบ เต็มท้องฟ้า    มักจะเห็นในช่วง
        หมดฤดูฝนของปักษ์ใต้   ( จัดอยู่ในกลุ่มเมฆ cirrocumulus  หรือ
กลุ่มเมฆ
        altostratus )
        2. (ว.)   ลักษณะของผมที่เว้าแหว่งไม่เรียบ ไม่สวย เป็นคลื่นเหมือนเกล็ดฟ้า
        ปกติมักเป็นทรงผมของเด็กเล็กที่นั่งไม่นิ่งเวลาตัดผม  ทรงผมที่ได้จึงเรียกว่า
      
 "ทรงแกล็ดฟ้า"

 
แกะ   (น.) ชื่อของอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้าวในชุมชนปักษ์ใต้   มีลักษณะเป็นใบมีดเล็กๆ
        ติดกับแผ่นไม้บางๆ ใช้เก็บข้าว(ตัดรวงข้าว)ที่ละรวง  และนำไปมัดเป็น
เลียง
      
 ข้าว
 เลียงข้าวที่ได้จะนำไปกองซ้อนกันใน ห้องข้าว ( ยุ้งข้าว)เก็บไว้ได้เป็นปี
        ก่อนเก็บในห้องข้าว  เลียงข้าวจะต้องแห้งสนิท ไม่มีความชื้น

         กล่าวกันว่า
แกะ  คือ  อารยธรรมร่วมในพื้นที่อาณาจักรศรีวิชัยในอดีต ที่ยัง
         หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน( จะเห็นได้จากการที่ ชาวนาปักษ์ใต้ของไทย ชาวนา
         มาเลเซีย สุมาตรา รวมทั้ง ชวา จะใช้ แกะ เก็บข้าว มีการมัดรวงข้าวเป็น
เลียง
       
 ตลอดทั้งกรรมวิธีการเก็บ
ใน  ห้องข้าว และการนวดข้าวที่เหมือนกัน จะผิดกัน
         ก็เพียงภาษาที่ใช้สื่อสารกันเท่านั้น)

โก้    (ก.)    กู่  ตะโกน 
        
" อย่าโก้ให้ดัง มันหนวกหู "  
-  อย่าตะโกนให้ดัง  มันหนวกหู

โกง   1. (ก.)  ฉ้อโกง  ( เหมือนกับความหมายในภาษากรุงเทพ )  2.  (ว.) ลักษณะ
         อาการกริยาที่หยิ่งยโส ถือตัว ไม่คบผู้อื่น 
เช่น 
" ไอ้บ่าวนี้โกงจัง พอไปเรียน
         บางกอก
หลบ
มาบ้าน ไม่แหลง กับใครเลยนะ "

กำชำ  (.)  มะหวด (พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง)

กำพรัด,  คำพรัด (.)การว่ากลอนหรือขับกลอนของ โนรา ศิลปะประจำถิ่นใต้ หาก
         นำบทกลอนที่แต่งไว้ก่อนแล้วหรือกลอนที่มีมาตั้งแต่โบราณมาขับ จะเรียกว่า
         
"ว่าคำพรัด"  หรือ "ว่ากำพรัด" แต่หาก โนรา สามารถขับกลอนที่เกี่ยวกับ
         บุคคลสถานที่หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นกลอนสดจะเรียกว่า
"ว่ามุดโต"

กำพรึก, ลูกกำพรึก (.) กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สาระพัดนึก ขึ้นอยู่ตามสี่มุมเมืองในยุค
         พระศรีอารย์ เชื่อกันว่า หากประสงค์สิ่งใด ก็สามารถเก็บ หรือสอยเอาได้ตาม
         ปรารถนา
        
"หว่านลูกกำพรึก"  การโปรยทานในพิธีเผาศพ มักใช้สตางค์ หรือเงินเหรียญ
         ยัดใส่ในลูกมะนาว หรือห่อด้วยกระดาษสี กระดาษแก้ว โดยจะโปรย
ขณะไฟ
         กำลังลุกไหม้ เพื่อให้ลูกหลาน ได้เก็บเป็นที่ระลึก หรือนำไปใช้จ่าย

 


      กลับไปหน้าแรก                                            หน้าถัดไป    


หมายเหตุ
 

   ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน


-   คำในภาษาสงขลาหลายคำมาจากภาษามลายูดังนั้นกรุณาเปรียบเทียบกับภาษา
    มลายู(โบราณ)เพื่อจะได้ทราบที่มาที่ไป
 

                                     ( เข้าไปอ่านได้ที่
ภาษามลายูกับภาษาไทยถิ่นใต้ )
 


 

เอกสาร/แหล่งข้อมูล อ้างอิง

           1. หนังสือ " พระราชรัตน์มงคลโกศลอนุสรณ์ "
   เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชรัตน์มงคลโกศล (ขาว อุทยเถระ) เมื่อวันที่
29
   มีนาคม
2546 ณ เมรุชั่วคราว วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
      -  กลอนศัพท์ภาษาถิ่นภาคใต้ (สงขลา)   โดย  น.อุไรกุล (พระครูนิเทศธรรมาภรณ์)

           2.   ข้อมูลปฐมภูมิ  : ข้อมูลเรื่องคำและสำเนียงภาษาสงขลา สอบถามจากผู้สูง
   อายุในชุมชนรอบๆ สนามบินหาดใหญ่

(รายละเอียดเพิ่มเติม)
 

  

ข้อมูลเมื่อ 25/11/2552

 
Developed by คนโบราณ ,  e-mail :   plugmet54@hotmail.com
 

 

 

หมายเหตุ

 กรณีศึกษาภาษาสงขลา