คำและความหมายในภาษาไทยถิ่นใต้  (กรณีศึกษา ภาษาสงขลา: เรียงตามเสียงอักษร
                                             ม              ห     

 ภาษาไทยถิ่นใต้  :   กรณีศึกษาภาษาสงขลา  ( หมวด  - ว,    )
 
 

ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
กรณีศึกษา
ภาษาสงขลา ( หมวด -  ว   )




วักด้าม
  (ก.) เซ่นไหว้ ผีปู่ยาตายาย, ผีบ้านผีเรือน
        
วัก    หมายถึง  เซ่นไหว้ 
        ด้าม, ด้ำ   หมายถึง   ผีปู่ยาตายาย, ผีบ้านผีเรือน
 
        คำว่า ด้าม, ด้ำ นี้  ในภาษาไทยมาตรฐานมีใช้ในสำนวน 
" ผีซ้ำด้ำพลอย " ซึ่ง
        หมายถึง
ถูกซํ้าเติมเมื่อพลาดพลั้งลง หรือเมื่อประสบเคราะห์ร้าย  เข้าทำนองว่า
        ถูกผีนอกบ้านหลอกหลอนแล้ว ยังมาถูกผีบ้านผีเรือนของตัวเอง
หลอกหลอนซ้ำ
        เติมอีก

       
" ไก่ วักด้าม "
คำนี้ในภาษาไทยถิ่นใต้  หมายถึง ไก่ต้มที่ใช้ในพิธีไหว้พระภูมิ
        เจ้าที่
 ไหว้ผีบ้านผีเรือน  หรือในพิธีงานบุญต่างๆ เช่น พิธีไหว้ตายาย
       (การทำไก่วักด้าม จะต้องฆ่าไก่โดยไม่ให้เลือดออก หัวไก่ต้องขดไว้ใต้ปีก แล้ว
       ต้มให้สุก ที่ปากไก่วักด้าม จะมีแหวนสวมปาก เรียกว่า
" ไก่ปากทอง" )

วา     (น.) 1. วันก่อนวันนี้ 1 วัน       "แรกวา"- เมื่อวานนี้  (ให้ดูความหมาย  แรก),
               2. มาตราวัด 4 ศอก เป็น 1 วา   เท่ากับ  2 เมตร
               3. ชื่อพันธุ์ไม้ป่าชนิดหนึ่ง คล้ายมังคุด  ( พะวา )

วาน   (น.)  ก้น,  ตูด    ( กร่อนมาจากคำว่า  ทวาร )
          
" รูวาน "    ทวารหนัก 
       
  
 " กางเกง วานแหก "   -  กางเกงตูดขาด
          
" วาน กู เด้ "    วลีนี้เป็นคำที่ไม่สุภาพ มีความหมายในเชิงท้าทายว่า เรื่องแค่
        นั้นหรือคำพูดอย่างนั้นไม่มีค่า ไม่มีความหมาย (เทียบได้ก็แค่ตูดของข้าเท่านั้น)
         
 " นุงผ้า ลอกวาน " - นุงโสร่ง ถลกจนเห็นก้น
           "
รัก เหมือน อีฉีก วานดุม "-  (ออกเสียงเป็น  หรัก เมื้อน อี่ ฉีก ว่าน ดุ๋ม) 
     วลีไทยถิ่นใต้
วลีนี้ใช้เปรียบเปรยถึง คนที่รักมาก จนหลง ถึงขนาด แหกก้น ดม
     ได้ โดยไม่รังเกียจ
   (มักใช้กับผู้ใหญ่ ที่รักลูกหลานของตนเอง)

           "
ปัดวานไป- จากไปเลย
    
" แลหมันตะ อีถ้าวนี้ พอกินแส็ด กะ ปัดวานไป ไม่คิดอิช่วยแก็บถ้วยแก็บชามมั้ง "
      
ดูแม่คนนี้ซิ พอกินเสร็จ ก็ (ปัดก้น)จากไปเลย ไม่คิดจะช่วยเก็บถ้วยเก็บชามบ้าง
          
" ตามใจปาก ยากถึงวาน "  -  วลีไทยถิ่นใต้ ใช้เปรียบเปรยถึง การตามใจตัว
       เอง จนเกิดความยากลำบากในภายหลัง ( เช่นเดียวกับการทานอาหารที่มีรสเผ็ด
       จัด ก็มักจะลำบากในตอนถ่าย)

วิ่ง  (สำเนียงถิ่นใต้-สงขลา ออกเสียงเป็น หวิ่ง )  (ก.)  กระโดด  
       ภาษาไทยถิ่นใต้ (สงขลา
-คลองหอยโข่ง) ดั่งเดิม จะใช้คำว่า   วิ่ง  ในความหมาย
       กระโดด ของภาษาไทยภาคกลาง   และคำว่า แล่น จะใช้ในความหมาย  วิ่ง  ของ
       ภาษาไทยภาคกลาง 
        ปัจจุบัน คำว่า  วิ่ง ที่ใช้ในความหมาย กระโดด  ในภาษาไทยถิ่นใต้ ไม่ได้ใช้แล้ว
        คงเหลือเฉพาะ คำเก่าๆ ดังนี้

         
 " ร้านวิ่ง " - ชื่ออุปกรณ์จับปลา ที่วางขวางทางน้ำไหลคอยดักปลาที่กระโจน
        ทวนน้ำขึ้นไป
           "
ดีปลีวิ่งหลา " -  ชื่อของพริกชนิดหนึ่งคล้ายพริกหยวกแต่มีรสชาติเผ็ดมาก
        ตามเรื่องเล่าที่บอกต่อกันมา  ความว่ามีชายผู้หนึ่งทดลองกินพริกชนิดนี้เพื่อตรวจ
        สอบว่าเผ็ดหรือไม่ขณะที่ทดสอบกำลังนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ ด้วยความที่พริกชนิดนี้
        เผ็ดมาก ผู้ทดสอบจำเป็นต้องกระโดดศาลาลงไปแช่ในน้ำเพื่อช่วยบรรเทาอาการ
        เผ็ดร้อน พริกชนิดนี้ จึงได้ชื่อว่า   "
ดีปลีวิ่งหลา
                
 หลา
- ศาลา
       (ปัจจุบันไทยถิ่นใต้จะใช้คำว่า
วิ่ง และ แล่น ในความหมายเดียวกัน และใช้เฉพาะ
        คำว่า  
โดด  ในความหมาย กระโดด )

วิน  (ก.) พันวนรอบด้วยสิ่งที่เป็นเส้น เป็นสาย
     
 " เอาเชียก มาวินไว้กับกิ่งไม้ " -
เอาเชือก มาพันไว้กับกิ่งไม้

วิ้น       (น.) ขั้ว,  ส่วนที่ยึดระหว่างผลกับกิ่ง ของต้นไม้

วี          (น.) พลั้วตักดิน    (ก.)   พัด     " วีลม "   -  พัดลม

     (ก.)  แกว่ง,   ไก
       
"บาวไข่ นั่ง เว ตีน อยู่ที่นอกชาน"     บ่าวไข่ นั่งแกว่งเท้า อยู่ที่นอกชาน
       
" เว เปล "
-  ไกว เปล  
        ดังตัวอย่าง เพลงร้องเรือ หรือเพลงกล่อมเด็ก ของปักษ์ใต้ ที่กล่าวถึง  
เว เปล

         
อ้า เห้อ อา เหอ   เรือใหญ่ เหอ   ชักใบจะล่องคลองลำหัด  เห็นหัวเขาแดงอยู่
         แจ้งชัด  พระพายชายพัดมาไรๆ   เรือแล่นเข้าไปใกล้เกาะหนู   เห็นปลายลำพู
         ภูเขาใหญ่   พระพายชายพัดมาไรๆ   ใจน้องเหมือน  เว เห้อ เหอ เปล  ลล
           
       
ใจน้องเหมือนเวเปล  ความหมายคือ จิตใจของน้องแกว่งไปมา(ด้วยความคิดถึง
        พี่) เหมือนกับ เปลที่ถูกไกว

เวด-นา  (ก.) เวทนา  น่าสงสาร

ไว้แช็ก  (ก.)  ไว้หางเปีย
            คำนี้ใช้เรียกเฉพาะ ผมเปียของคนจีน (แบบแมนจู)เท่านั้น

หว่อแต้ ,  ห่อแต้ ( มาจากภาษาจีน ? ) (น.) ในภาษาสงขลา จะใช้คำนี้เรียกส่วนหน้า
        ของจมูกหมู ที่ใช้ดันพื้นดินขุดคุ้ยหาอาหาร   โดยทั่วไปจะใช้เรียกชิ้นส่วนหมู ที่
        ชำแหละแล้ว เช่น     หูหมู,    หัวหมู,   เครื่องในหมู,  ขาหมู, หว่อแต้หมู, ฯลฯ
        ตัวอย่างประโยคในภาษาสงขลา ที่ใช้คำนี้ คือ
           
" ต้มพะโล้หมู หรอยที่สุด ก็ตรง  หว่อแต้ "

หว่อง แหว่ง  (ว.)   (มองเห็น)ไม่ชัดเจน

หวะ (สำเนียงถิ่นใต้ ออกเสียงเป็น วะ ) 1. (ก.) ผ่าออก, ใช้มีด หรือของมีคม กรีดเพื่อ
       ให้สิ่งที่อยู่ข้างใน เปิดเผยออก หรือหลุดออกมาข้างนอก
       
 " หวะพุง " - ผ่าท้อง ,    
         " หวะปลาป๋อง "
- เปิดปลากระป๋อง
        (คำนี้ในภาษาไทยมาตรฐาน ใช้ในความหมาย.. 
(ว.)
ที่เป็นแผลลึก, ที่เปิดกว้าง
         เช่น   " วัวสันหลังหวะ " )

       
2. (ว
.)
(การทำงานในสวน หรือที่นาผู้อื่น)ซึ่งจะต้องแบ่งผลที่ได้ ให้แก่เจ้าของ
        สวน, เจ้าของที่นา แทนค่าเช่า    ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้คำว่า 
" ตัดยางหวะ " 
        " ทำนาหวะ "
ผลที่ได้ จะแบ่งกับเจ้าของสวนยาง เจ้าของที่นาในอัตรา 5/5 หรือ
        6/4 แล้วแต่จะตกลงกัน


        หมายเหตุของ
คนโบราณ  คำว่า หวะ ในภาษาไทยถิ่นใต้  มีความหมายใกล้เคียง
        กับคำว่า  
ผ่ะหวะ ในภาษาไทยถิ่นระยอง ภาคตะวันออกซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของ
        อ่าวไทย
 ที่ใช้ในความหมาย แบ่ง, ปันส่วน มักใช้ในกรณีการให้สัตว์เลี้ยงตัวเมีย
        ไปเลี้ยงหรือเอาไปใช้ แต่เมื่อมีลูกก็แบ่งกันตามที่ได้ตกลงกันไว้
        ตัวอย่างภาษาถิ่นระยอง
        "
เธอเอาแม่วัวฉันไปผ่ะหวะ  ออกลูกตัวแรกเป็นของเธอ  ตัวที่สองออกมาเป็น
        ของฉันนะ "
  - ข้อมูลอ้างอิง สำนักงานวัฒนาธรรมจังหวัดระยอง

หวักมือ  (ก.)  กวักมือ

หวัน  (สำเนียงถิ่นใต้-สงขลา ออกเสียงเป็น วั้น )  1.  (น.) ตะวัน, ดวงอาทิตย์ ,
       
เวลา,   กฎเกณฑ์ธรรมชาติ
       

       
หวัน   ในความหมาย  ตะวัน, ดวงอาทิตย์  เช่น
                
" หวันมุ้งมิ้ง " 
- ดวงอาทิตย์ใกล้ตกดิน ที่มีแสงสลัว มองอะไรเห็นไม่ชัด
                
" หวันเป็นหนวดแมว " - ลักษณะดวงอาทิตย์ใกล้ตกดินที่มีแสงพุ่งออก
        มาเป็นลำ "เหมือนหนวดแมว"
                
" ลอยหวัน " ใช้อธิบายลักษณะการสร้างบ้าน แนวตะวันออก-ตะวันตก
        (ตามทิศทางที่ดวงอาทิตย์เคลื่อน )
                
" ขวางหวัน"   ใช้อธิบายลักษณะการสร้างบ้าน แนวเหนือ-ใต้ หรือ
       
ลักษณะของคนที่ชอบขัดคอ, ขวางโลก หรือ ทำในสิ่งที่คนอื่นเขาไปทำกัน
                
" คนบ้าหวัน " - คนบ้า, คนที่เพ้อฝัน ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
       
       
 หวัน   ในความหมาย เวลา  เช่น
                 
" หวันช่าย "   -  เวลาบ่าย (ใกล้เคียงกับคำว่า " ตะวันชายบ่ายคล้อย "
        
         
" หวันปาใด "  -  เวลาเท่าไหร่แล้ว
                
" หวันเย็น "    -  เวลาที่ตะวันใกล้จะตกดิน - ตอนเย็น
         
         
หวัน   ในความหมาย  กฎเกณฑ์ธรรมชาติ สิ่งที่ถูกต้อง  สิ่งที่เป็นจริง เช่น
                 
" คนไม่รู้จักหวัน " - คนขวางโลก คนดื้อดันทุรัง คนไม่รู้จักกาลเทศะ
           
     
        
2. (น.)  สวรรค์
              
" ปางหวัน " คำเปรียบเทียบว่า ถ้าสวรรค์เป็นเหมือนต้นไม้ มีกิ่งก้าน มปาง
         ถ้ามีของสิ่งใดขึ้นไปค้างบนปางหวัน  ก็ถือว่าขึ้นไปติดอยู่ที่สูง ยากที่จะตกลงมา
         เช่น 
" ว่าว ลอยไปติดบนปางหวัน "

หวา      (สำเนียงถิ่นใต้-สงขลา ออกเสียงเป็น ว้า ) (ว.) กว่า    
           
"  อย่าดี หวา "   อย่าดีกว่า
          
"  มาก หวา "    -   มากกว่า
          
"  ต่ำ หวา "      -   ต่ำกว่า

หวาก, ตะหวาก (ม.)(น.)น้ำตาลเมา( คำนี้เลือนมาจากคำว่า Tuak ในภาษามลายู )
         
หวาก ของปักษ์ใต้ โดยทั่วไปจะใช้น้ำตาลโตนด หมักด้วยไม้เคี่ยม  แต่ในเขต
         3 จังหวัดชายแดน จะหมักด้วยเปลือกมะม่วงหิมพานต์ที่ตากแห้งแล้ว

หวาง  (สำเนียงถิ่นใต้-สงขลา ออกเสียงเป็น ว้าง ) 1.(สัน.) คำไทยถิ่นใต้ใช้คู่กับคำว่า
          อิ   เป็น  หวางอิ  มีความหมายเหมือนกับคำว่า    กว่าจะ
..,    มัวแต่จะ... 
          ตัวอย่างเช่น   
 " หวางอิ เรียนรามจบ อายุพี่หลวงกะ 30 หวา แล้ว  แล่วอิจีบ
          สาวๆที่ไหนได้ "
 
กว่าจะเรียนรามจบ อายุพี่หลวงก็ 30 กว่า แล้ว  แล้วจะจีบ
          สาวๆที่ไหนได้
      
2. (.) ระหว่าง เวลาที่กําลังเป็นไปอยู่ , ระหว่างนี้ , เดี๋ยวนี้    
         
คำไทยถิ่นใต้ จะใช้ว่า   หวางนี้       ตัวอย่างเช่น
        
" หวางนี้ บายดี เฮอะ
? -    ระหว่างนี้(เดี๋ยวนี้)สบายดี หรือเปล่า
          ( ภาษาสงขลา เขตนาทวี เทพา สะบ้าย้อย จะใช้
"แหละนี้ " ซึ่งมีความหมาย
          เหมือนกัน )
      
3.
(น.) ระหว่าง : ช่องว่างจากที่หนึ่งถึงอีกที่หนึ่ง  ช่องว่างจากของสิ่งหนึ่งถึงอีก
           สิ่งหนึ่ง
        
" ตกหวางเวร " - สำนวนไทยถิ่นใต้ใช้ในความหมาย ตกที่นั่งลำบาก ไม่ได้รับ
         ผลประโยชน์อะไรเลย ( ความหมายตรงๆ คือ อยู่ระหว่างเวร ระหว่างกรรม)

       
 " อยู่หวางวัด หวางเปรว "  
อยู่ระหว่างวัด ระหว่างป่าช้า เป็นสำนวนไทยถิ่น
        ใต้ ใช้เปรียบเปรย คนที่ทำอะไรไม่จริงจัง  ไม่ชัดเจน  จนไม่สามารถจัดให้อยู่ใน
        กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใดได้ เช่น คนที่ตายแล้วก็ต้องนำไปป่าช้า ถ้ายังไม่ตาย ก็ต้องไป
        วัด หรือนิมนต์พระมาสวดจำเริญอายุ เพื่อจะได้หายป่วยไข้ แต่คนที่
" อยู่หวาง
       
วัด หวางเปรว "
  จะทำอะไรไม่ได้เลยทั้ง
2 ประการ


      
4.
 (ว. สว่าง,  กระจ่างชัด,  มีแสงมา
        
" หวางเผิน " สว่างมาก, สว่างไปทั่ว
       
 " หวางไปแล้ว ใช่ม่าย  "
- หมดทุกข์ หมดความกังวล ไปแล้ว ใช่มั้ย
         (
...มีแต่แสงสว่าง ไม่มืดเหมือนก่อน
แล้ว ใช่มั้ย )
       
 

หวิบ (ออกเสียงเป็น วิบ )   (ก.)  โกรธ

เหว้ง  (ว.) คำวิเศษณ์ มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า แจ๋ว, ชัดเจนมาก
        
 " น่าม ในตุม ใสเหว้ง "  -  น้ำในตุ่ม ใสแจ๋ว

แหว้ง  (ว.) คำวิเศษณ์ มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า สดใส
        "
โหลกขี้กา สีสวย.. แดง แหว้งๆ แต่กินไม่ได้ "
         
 ลูก(ผล)ขี้กา  สีสวย.. แดงสดใส
แต่กินไม่ได้

 



หมายเหตุ
 

   ก.    =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์, กริยาวิเศษณ์)
     น.    =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.  =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท          อ.   =     อุทาน
     .    =   ภาษาจีน      .   =     ภาษามลายู     .   =    ภาษาเขมร

เพื่อโปรดทราบ   -    เวบขนำริมทุ่งปลักเหม็ด    ขออนุญาตยึดภาษาสงขลา
สำเนียงคลองหอยโข่ง
  เป็นต้นแบบ โดยจะใช้สำเนียงสงขลาในถิ่นอื่น  รวมทั้ง
สำเนียงภาษาไทยถิ่นใต้ ในจังหวัดอื่นๆ
มาเปรียบเทียบ เพิ่มเติม เพื่อให้ชัดเจน
ยิ่งขึ้น

 


     กลับไปหน้าแรก                                                           หน้าถัดไป    

  

นำเสนอเมื่อ 16/11/2549        ปรับแต่งเวบเพจเมื่อ 24/06/2555 
Copyright © 2001-2012 : The hut of Plugmet,  All rights Reserved.  
Developed by คนโบราณ ,   e-mail plugmet54@gmail.com

 




ภาพจาก
http://www.geocities.com/aroonsangob/

"หนูนุ้ย"

ตัวตลกหนังตะลุงสงขลา (คู่กับไอ้เท่ง)

"หนูนุ้ย"  ตัวตลกหนังตะลุงสงขลา    นำเค้ามา
จากคนซื่อๆ แกมโง่ ผิวดำ  รูปร่างค่อนข้างเตี้ย
พุงยานโย้คอตก  ทรงผมคล้ายแส้ม้า จมูกปาก
ยื่นออกไป  คล้ายกับปากวัว   มีเครายาวคล้าย
หนวดแพะ  ใครพูดเรื่องวัวเป็นไม่พอใจ  นุ่งผ้า
โสร่งแต่ไม่มีลวดลาย ไม่สวมเสื้อ ถือมีดตะไกร
หนีบหมากเป็นอาวุธ  พูดเสียงต่ำสั่นเครือดันขึ้น
นาสิก   ชอบคล้อยตามคนยุยงส่งเสริม  แสดง
ความซื่อออกมาเสมอ